รถสตาร์ทไม่ติดเพราะแบตเตอรี่หมด อาจไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นได้บ่อยนัก แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกครั้งที่ปัญหานี้เกิดขึ้น มักสร้างความวุ่นวายอยู่พอสมควรเลยทีเดียว โดยแนวทางแก้ปัญหายอดนิยมก็จะมีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน ได้แก่
การจั๊มพ์สตาร์ท (Jump Start)
การชาร์จแบตรถยนต์ด้วยเครื่องชาร์จ (Car Battery Charger)
แล้วทั้ง 2 วิธีการนี้ แตกต่างกันอย่างไร? เราควรใช้วิธีใดในการแก้ปัญหาแบตเตอรี่หมด Ruamchok Battery มีคำตอบให้กับทุกคำถามเกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่ อยู่ในบทความนี้ครับ
เหมาะสำหรับใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น รถสตาร์ทไม่ติดระหว่างเดินทาง เนื่องจากมีแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ ที่จะสามารถทำให้ไดสตาร์ทติดเครื่องยนต์ได้ โดยสาเหตุมักเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น เปิดไฟหน้ารถทิ้งไว้ ระหว่างจอดทำธุระ หรือในรถบางยี่ห้ออาจมีวิธีการดับเครื่องแบบ 2 ขั้นตอน และหากคุณลืมขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไป ก็จะทำให้ระบบไฟฟ้าของรถไม่หยุดทำงาน จึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่หมดได้ เป็นต้น
ต้องการเปลี่ยนแบตวันนี้? โทร 094-826-6549
ใช้เวลาไม่นานมาก และสามารถใช้รถได้ทันที
ค่าบริการไม่แพง
หลังจากจั๊มสตาร์ทแล้ว รถยนต์ของคุณจะต้องมีงานการใช้ต่ออีกเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้ไดชาร์จได้ทำการชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ขณะขับขี่
หากในวันถัดไปรถยนต์ของคุณไม่ถูกใช้งาน มีโอกาสสูงที่รถยนต์ของคุณจะสตาร์ทไม่ติดอีก เนื่องจากมีพลังงานไม่เพียงพอ สำหรับการสตาร์ทรถครั้งถัดไป
ข้อจำกัดทางด้านสภาพแวดล้อม หากคุณโชคร้ายรถดับอยู่ในบริเวณที่ไม่ค่อยมีรถคันอื่นสัญจร คุณจะไม่สามารถชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณได้เลย
ความกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดต่างๆ จะหมดไป เพราะ Ruamchok Battery มีบริการชาร์จแบตเตอรี่นอกสถานที่ ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้คุณอุ่นใจ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราก็พร้อมดูแลคุณ

ชาร์จไฟได้เต็มประจุกว่าการจัมพ์สตาร์ท (Jump Start)
ช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ยาวนานมากกว่า 10 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพแบตเตอรี่ และการดูแลรักษาของแต่ละบุคคล)
ป้องกันรถสตาร์ทไม่ติด
ป้องกันแบตเตอรี่เสื่อม
ไม่ทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในรถเสีย
มีขั้นตอนการชาร์จที่มากกว่าการจัมพ์สตาร์ท (Jump Start)
ใช้เวลา 1-3 วัน ในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับปัจัยต่างๆ เช่น อายุแบตเตอรี่และประสิทธิภาพของแบตเตอรี่นั้นๆ
จะเห็นได้ว่าการชาร์จแบตเตอรี่ในแต่ละแบบ มีข้อดีและข้อจำกัดต่างกันออกไป ดังนั้น Ruamchok Battery จะขอแนะนำให้เลือกแต่ละวิธีตามสถานการณ์จะดีที่สุด โดยการจัมพ์สตาร์ท (Jump Start) จะเหมาะในกรณีที่คุณมีเวลาค่อนข้างจำกัด และต้องการความรวดเร็ว ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยเครื่องชาร์จ (Battery Charger) แม้จะใช้เวลาที่นานกว่า แต่ก็มีข้อได้เปรียบในส่วนของอายุการใช้งานที่นานขึ้น หากคุณไม่ได้รีบใช้รถ เราขอแนะนำให้ใช้วิธีนี้มากกว่า
อย่างไรก็ตามแบตเตอรี่รถยนต์นั้น ควรมีการตรวจสอบอยู่เป็นระยะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น หากคุณต้องการความช่วยเหลือ เรามีทีมงานพร้อมให้บริการชาร์จแบตเตอรี่ ตลอด 24 ชั่วโมง
สุดท้ายนี้ Ruamchok Battery หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความของเรา จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกวิธีการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ได้ดีมากยิ่งขึ้น เรายังมีสาระความรู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่รถยนต์อีกมากมาย สามารถอ่านต่อได้ในบทความของเรา
รวมโชคแบตเตอรี่เชียงใหม่ มีทั้งหมด 2 สาขา